วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปและประทับใจ
       
            สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเพรชบุรี


เขาวัง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

เขาวัง หรือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เป็นสถาน ที่เที่ยวที่สำคัญของเพชรบุรีซึ่งถือได้ว่า เป็นสัญลักษณ์ ของเมืองเพชรบุรี เพราะเมื่อเข้าสูเมืองเพชรบุรี สิ่งที่จะได้เห็นโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล คือ เขาวัง ซึ่งมีเจดีย์และ อาคารสีขาวสะอาดเชาวัง เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 92 เมตร เดิมเรียกว่า เขาสมนหรือเขาคีรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะสร้างพระราชวัง สําหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเพชรนิสัยศรีสวัสดิ์ปลัดเมือง เพชรบุรีเป็นนายงานก่อสร้างจนสําเร็จเรียบร้อยเมื่อปีพ.ศ.2403 ทรงพระราชทานนามว่า พระนครคีรี แต่ชาวเมือง เพชรเรียกกันติดปากว่า เขาวัง สืบมาจนบัดนี้

 
 
 
 สิ่งที่น่าสนใจบนเขาวัง
 
เขาวังมีพระที่นั่ง พระตําหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรม ตะวันตกแบบ นิโอคลาสสิคผสมสถาปัตยกรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ ๆ 3 ยอดด้วยกัน ดังนี้
- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหลเขา
เป็นที่ตั้งของ วัดมหาสมณาราม อยู่บริเวณเชิงเขาวัง เดิมชื่อวัดสมณะ หรือ วัดมหาสมน พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งทรงผนวช ต่อมาเมื่อทรงสร้างพระนครคีรีแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัด แห่งนี้ พระราชทานนามว่า วัดมหาสมณาราม เรียกกันโดยทั่วไปว่า วัดเขาวัง ภายในโบสถ์ ฝาผนังทั้ง สี่ด้าน มีภาพ เขียนฝีมือขวัวอินโข่ง ซึ่งเป็นจิตรกรไทยคนแรก ที่ใช้วิธีการเขียนภาพแบบทัศนียวิทยา (perspective) คือ ใช้สีและแสงเงาในการวาด ให้เกิดมิติ มีระยะใกล้-ไกล และแบบภาพมองจากมุมสูง (Birds-eye view) อย่าง ตะวันตก เป็นภาพเขียน เกี่ยวกับการไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา
- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วหรือ วัดพระแก้วน้อย สร้างขึ้นเป็นวัดในเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกับวัดพระแก้วใน พระบรมมหาราชวัง สิ่งที่ควรชมภายใน ได้แก่
- เจดีย์แดง ปรางค์จัตุรมุข ทาสีแดงทั้งองค์
- โบสถ์ มีสัดส่วนงดงาม และมีหน้าบันเป็นลวดลายปูนปั้น รูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จัดเป็นงานปูนปั้นที่มีชื่อเสียงชิ้นหนึ่งของเมืองเพชรบุรี
- พระสุทธเสลเจดีย์ เป็นเจดีย์หินอ่อน สีเทาอมเขียว ที่มีประวัติการสร้างอันน่าทึ่ง คือ เมื่อสลักหินอ่อนเป็นชิ้น และประกอบที่เกาะสีชังเสร็จแล้ว ได้รื้อนำลงเรือมาประกอบใหม่บนเขาแห่งนี้
 

 
 
 
- ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรี เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่
- พระที่นั่งสันถาคารสถาน เป็นหมู่พระที่นั่งขนาดใหญ่ สำหรับต้อนรับแขกเมืองที่มาพักบนพระนครคีรี มีห้องรับ แขกอยู่ตรงกลาง สองข้างเป็นห้องนอน มีมุขหน้ายื่น
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปัจจุบันเป็นพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์
พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องราชูปโภค เช่น พระแท่นบรรทม พระฉาย (กระจกเงา) บานใหญ่ เครื่องมุก เครื่องถ้วยชาม ตุ๊กตาโลหะ ฝีมือช่างยุโรป เป็นต้น
พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ เป็นที่ประดิษฐานพระแท่นบรรทมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดย่อม สร้างตามคติที่ว่า การสร้างพระราชวังใหญ่ จะต้องมีปราสาท ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แบบที่ เคยทรง ในการเสด็จออกรับทูตานุฑูต
-พระที่นั่งราชธรรมสภา สร้างด้วยศิลปะแบบผสมระหว่างไทย จีน และตะวันตก กล่าวคือ มีรูปทรงอาคารคล้าย เก๋งจีน แต่ตกแต่งตามแบบไทยและตะวันตก
- หอชัชวาลเวียงชัย เป็นหอทรงกลมสูงสองชั้น หลังคาโค้งกรุกระจก สร้างขึ้นเป็นที่ศึกษาและสังเกตการณ์ ทาง ดาราศาสตร์ สามารถชมทิวทัศน์ของเมืองเพชรบุรีได้โดยรอบ ในอดีต เวลากลางคืน จะจุดโคมไฟแขวนไว้ภาย ในโดมกระจก เมื่อมองจากทะเลสามารถเห็นได้แต่ไกล จึงเป็นที่หมายของชาวเรือในการเดิน เรือเข้าอ่าว บ้านแหลมได้อย่างดี

- เขายอดกลาง เป็น พระธาตุจอมเพชร
เป็นเจดีย์สีขาว ที่มองเห็นเด่นแต่ไกล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่ก่อน แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ และพระราชทานนามว่า พระธาตุจอมเพชร



วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน)
 
  วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) ตั้งอยู่ถนนคีรีรัถยา ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง เพชรบุรี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขาวัง (พระนครคีรี) เป็นวัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาซึ่งมีพระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน ยาว 21 วา 1 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว เดิมสร้างไว้กลางแจ้ง ต่อมาสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลังคาคลุมไว้ พร้อมทำผนังรอบองค์พระ เป็นลักษณะวิหารพระพุทธไสยาสน์ ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบันที่ทีมงานเราเข้าไปได้สนทนานกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง พอท่านรู้ว่าจะมีการนำภาพมาทำเว็บ ท่านจึงได้บอกว่า หากประชาสัมพันธ์ให้พุทธสาสนิกชนได้เข้าชมวัดกันมากๆ ก็จะได้มีงบประมาณในการทำนุบำรุง เนื่องจากวัดแห่งนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายทั้งที่มีพระพุทธรูปที่งดงามมากประดิษฐานอยู่


อุโบสถวัดพระพุทธไสยาสน์ เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียงไม่นานเราก็เดินทางมาถึงวัด ทางมายังวัดแห่งนี้หาไม่ยากนัก เมื่อถึงตัวเมืองเพชรบุรีแล้วจะเลือกได้ 2 ทาง ที่สะดวกๆ หน่อยนะครับ ใกล้ตัวเมืองเพชรบุรีจะมีทางแยกไปประจวบคีรีขันธุ์กับเข้าเมือง ตรงนี้ชิดซ้ายไว้เข้าเมืองไปถึงทางแยกให้เลี้ยวขวาแล้วตรงไปเรื่อยๆ ตามถนนคีรีรัฐยา วัดอยู่ขวามือ
 อีกเส้นทางหนึ่งคือใกล้ถึงแยกเข้าเมืองเพชรบุรี ให้โค้งตามทางไปประจวบแล้วเลี้ยวซ้ายถนนบันไดอิฐถึงสี่แยกเลี้ยวซ้าย (คือถนนคีรีรัฐยานั่นเิอง) วัดอยู่ท้างซ้ายมือครับ

 ในบริเวณวัดมีลานจอดรถกว้างขวาง หาที่จอดได้ไม่ลำบากนัก หลังจากนั้นจะเดินขึ้นบันไดไปยังวิหารพระนอนอยู่อีกด้านหนึ่งของพระอุโบสถ

 



พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) เมื่อเข้ามาด้านในของวิหาร สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือไหว้พระ จุดธูปจุดเทียนในวิหารได้ (แต่หลังจากนี้ไปก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงให้จุดนอกวิหาร) บริเวณพระพาหุ (ความหมายคือ แขนตั้งแต่ไหล่ถึงศอก) ขององค์พระจะมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์เล็กๆ บนโต๊ะหมู่บูชาสำหรับจุดธูปเทียนบูชาพระ พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่บนฐานที่สูง มีการปิดทององค์พระที่บริเวณพระพาหุ แต่ไม่มากนัก
 
 
 
มุมด้านหน้าองค์พระนอน ในวิหารหลังใหญ่หลังนี้มีเสาขนาดใหญ่หลายต้น หามุมในการถ่ายภาพค่อนข้างยากครับ แต่ก็พอได้มุมมหาชนอย่างมุมนี้ได้ เนื่องจากพระพุทธรูปองค์นี้สันนิษฐานว่าสร้างมาสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเห็นรอยการปริแตก ของสีทองที่อยู่บนองค์พระหลายแห่ง แต่ก็ยังนับว่าคงความงดงามสมบูรณ์มาได้กว่าร้อยปี
 
 
จุดอื่นๆ ในวิหารพระนอน บนฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีพระพุทธรูปที่ค่อนข้างเก่าทั้งปางมารวิชัยและปางประทานพร ขนาดเท่าๆ กันเรียงอยู่หลายองค์
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น